ชาวบ้าน 2 อำเภอ สุดทน พบช้างป่า 2 เชือก บุกทำลายสวนกล้วย สวนยางพาราของชาวบ้าน เสียหาย กว่า 200 ไร่ วอนผู้เกี่ยวข้องลงมาแก้ปัญหาด่วน

วันที่ : 01-01-2017 15:43:57อ่านแล้ว : 59

วันที่1ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงาน ปัญหาช้างป่า จำนวน 2 เชือก ได้ลงจากป่าเทือกเขาเมาะแต เขตรอยต่อระหว่าง อ.รือเสาะ – อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ลงมาหากินอาหารในสวนผลไม้ สวนยางพาราของชาวบ้านในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.รือเสาะ และ อ.ศรีสาคร มานานกว่า 6 เดือน ประกอบด้วย ตำบลบาตง ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ และ ตำบลตะมะยูง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดวิตกกังวนและหวาดกลัวที่จะออกไปทำสวนและกรีดยางพาราในพื้นที่ หลังจากเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีช้างป่าจำนวน 2 เชือก แอบย่องเข้ามากินผลไม้และพืชสวนทางการเกษตร สวนยางพารา ที่ชาวบ้านปลูกไว้เป็นจำนวนมากทำให้ต้นกล้วยกว่า 250 ต้น ล้มราบคาบเป็นบริเวณกว้าง ต้นมะนาวอีก 200 ต้น ถูกช้างป่าทั้ง 2 เชือก เหยียบย่ำทำลายจนได้รับความเสียหายทั้งหมดในเนื้อที่กว่า 16 ไร่ ซึ่งเป็นสวนของนางซานีเราะห์ มูวอ อายุ 37 ปี เจ้าของสวน ในพื้นที่ ม.1 – ม.6 รวม 4 หมู่บ้าน ของ  ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาร และตำบลโคกสะตอ ตำบลบาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้สวนยางพารา สวนผลไม้ สวนลองกองชองชาวบ้านเสียหายไปแล้วกว่า 200 ไร่ โดยในเบื้องต้นชาวบ้านได้แจ้งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อลงมาแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ปัญหา ชาวบ้านจึงรวมตัวร้องเรียนไปยังสื่อมวลชนในพื้นที่ช่วยเป็นสื่อกลางอีกทางหนึ่งไปยังผู้เกี่ยวข้องลงมาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนก่อนที่ปัญหาจะบานปลายเนื่องจากเจ้าของสวนแต่ละสวนพยายามผลัดดันไล่ให้ช้างทั้ง 2 เชือก ออกไปจากพื้นที่ของตัวเอง แต่ช้างดังกล่าวกลับไปทำลายสวนยางพารา สวนผลไม้ของคนอื่นแทน


ด้านนายมะตอเฮ  หวังบู ตัวแทนชาวบ้าน ม. 1 – ม.6 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเนื่องจากมีช้างป่า จำนวน 2 เชือก ได้บุกรุกลงมาทำลายสวนยางพาราและกินผลไม้ของชาวบ้านมานาน 4 – 5  เดือน จนได้รับความเสียหาย จึงวิงวอนให้ภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องลงมาช่วยดูแลและแก้ปัญหา โดยในเบื้องต้นชาวบ้านได้แจ้งประสานไปยังอำเภอและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถผลัดดันช้างให้ออกไปจากพื้นที่ได้ จึงขอให้หน่วยงานที่สามารถจะดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ให้มาช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านโดยเร่งด่วน  อีกทั้งช้างยังเป็นช้างป่าที่ลงมาทำลายสวนยางพารา สวนลองกอง และอื่นๆ แม้กระทั่งในช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านก็ยังไม่สามารถออกไปกรีดยางก็ดี หรือทำสวนก็ดี ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวก็ต้องอยู่แต่ภายในบ้านทั้งกลางวันและกลางคืน

 ส่วนนางซานีเราะห์ มูวอ เจ้าของสวนกล่าวว่า เมื่อ 4 วัน ที่ผ่านมา ตนและครอบครัวกำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้านที่สร้างไว้ภายในบริเวณสวนของตนเอง ในเนื้อที่ 12 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ปลูกต้นกล้วย มะนาว และพืชผักเศรษฐกิจพอเพียงอื่นๆไว้กินและขายซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ได้มีช้างป่า จำนวน 2 เชือก เข้ามาใกล้ในบริเวณสวนและบ้านของตนทำให้ครอบครัวต้องพากันหลบหนีไปพักในขนำเล็กๆตรงเกาะกลางแม่น้ำสายบุรีจนกระทั่งสว่าง จึงได้กลับเข้ามาดูในสวนของตน พบว่าถูกช้างป่าบุกเข้ามาทำลายต้นกล้วยและต้นมะนาวในสวนจนได้รับความเสียหายราบคาบเกือบทั้งหมด เหลือไว้เพียงซากต้นกล้วยล้มระเนระนาดกระจัดกระจายทั่วสวน จึงขอความเมตตาและวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยครอบครัวของตนและแก้ปัญหานี้ด้วย เนื่องจากสวนแปลงนี้เป็นรายได้หลักที่จะหล่อเลี้ยงครอบครัวเพียงทางเดียวเท่านั้น แต่ต่อไปไม่รู้จะไปพักอาศัยอยู่กับใครเนื่องจากแม่น้ำสายบุรีน้ำขึ้นสูงจนขนำถูกน้ำซัดจมน้ำหายไป


อย่างไรก็ตาม การเดินทางของสื่อมวลชนเพื่อเข้าไปดูในบริเวณสวนต่างๆของชาวบ้าน โดยเริ่มเดินเท้าจากถนนใหญ่ภายในหมู่บ้านตลอดระยะทางกว่า 3 กม.พบระหว่างทางมีรอยเท้าช้างเดินเป็นทางยาวเข้าไปในสวนของชาวบ้านที่มีพื้นที่ติดกันรวมทั้งพบมูลช้างกองตามเส้นทางเป็นระยะๆตลอดเส้นทางมีต้นไม้ถูกช้างล้มขวางทางเดินตลอดระยะทางเดิน และเมื่อถึงกลางสวนยางพาราที่รกทึบและลึกพบช้างป่า 2 เชือก กำลังส่งเสียงข่มขู่เมื่อเห็นชาวบ้านและสื่อมวลชนเดินเข้ามาใกล้เพื่อบันทึกภาพ จนต้องวิ่งหลบกันจ้าละหวั่นเนื่องจากช้างป่าทั้ง 2 เชือกพยายามวิ่งกรูเข้ามาจะทำร้ายผู้คน จากนั้นจึงเดินทางเข้าไปดูสภาพสวนผลไม้ซึ่งมีพื้นที่ติดกันของนางซานีเราะห์ มูวอ พบต้นกล้วยและต้นมะนาวถูกช้างป่าทำลายจนเกือบหมดสวน .


TAG ข่าว : ช้างป่า ทำลายพืชไร่ชาวบ้าน นราธิวาส

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง