"ไผ่ วันพอยท์" พบ ตร. ปส.แจงที่มาแลมโบกีนี ยืนยัน ไม่รู้จัก เบนซ์- บอย แค่ประสานงานซื้อรถ

วันที่ : 07-02-2017 23:34:36อ่านแล้ว : 56

วันที่ 7 ก.พ.60  กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด  นายไผ่ ลิกค์ หรือ ไผ่ วันพอยท์ ทายาทอดีตนักการเมือง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถแลมโบกินี ที่อยู่ในความครอบครองของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง โดยระบุว่าตนเองไม่ได้รู้จักกับ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย และ นายอัครกิตติ์ เป็นการส่วนตัว แต่ยอมรับว่าทั้ง 2 คน มาติดต่อ ขอให้ช่วยแนะนำรถซูเปอร์คาร์ ในฐานะที่ตนเองอยู่ในแวดวงนักแข่งรถ จึงแนะนำให้ติดต่อกับเพื่อน ที่พามาด้วยในวันนี้ และตกลงที่จะซื้อรถแลมโบกินี ราคา 14 ล้านบาท เป็นรถติดไฟแนนซ์ และดาวน์รถไปประมาณ 5 - 6 ล้านบาท ที่เต็นท์รถชื่อ "เอก บลูโน ย่านพระราม 3"


โดย นายไผ่ ระบุว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่เมื่อช่วงเช้า เพื่อเข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยาน ตนก็เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน และไม่ได้เตรียมเอกสารหลักฐานอะไรมา เพราะไม่มีหลักฐานตั้งแต่แรก เพราะตนเองเป็นแค่คนกลางประสานให้มีการซื้อขายรถกันเท่านั้น

ซึ่งขณะนี้ นายไผ่ ลิกค์ ได้เดินทางเข้าไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ภายในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดแล้ว

ภายหลัง นายไผ่ ลิกค์ หรือ ไผ่ วันพอยท์ เข้าให้ปากคำกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด นานเกือบ 3 ชม. ชี้แจงกรณีการได้มาของรถแลมโบกินี ของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง เปิดเผยว่า เดินทางมาให้ปากคำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะตนเองเป็นเพียงนายหน้าทำหน้าที่ติดต่อซื้อขายรถแลมโบกินีคันนี้ให้กับนายเบนซ์ โดยได้รับการติดต่อมาจากนายเจ๋ง เพื่อนของตัวเอง ที่รู้จักกับนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดชาวลาว เนื่องจากนายบอยต้องการซื้อรถและต้องการได้คำแนะนำและเครดิตจากตัวเอง ซึ่งเป็นคนมีความรู้เรื่องซุปเปอร์คาร์ ซึ่งตนได้แนะนำรถซุปเปอร์คาร์ 3-4 คัน จนนายบอยเลือกรถแลมโบกินีคันนี่ ที่เต๊นท์รถ ย่านพระราม 3 โดยตนเคยเจอนายบอย 2 ครั้ง คือ วันที่ติดต่อดูรถและวันที่รับรถ ส่วนนายเบนซ์ เคยเจอเพียงครั้งเดียว คือ เมื่อวันที่มารับรถ


ส่วนรายละเอียดของรถแลมโบกินี่ ทราบเพียงว่าทะเบียนเดิมเป็นของจังหวัดสงขลา ไม่ทราบว่ารถผ่านมากี่มือแล้ว พร้อมยืนยันว่าตนซึ่งอยู่ในวงการรถซุปเปอร์คาร์ ไม่รู้จักชื่อของนายไซซะนะ ขณะที่เบนซ์ เรซซิ่ง ก็ไม่รู้จักเช่นกัน เพราะเบนซ์อยู่ในวงการรถบิ๊กไบค์

สำหรับรถแลมโบกินีคันนี้ นายไผ่ บอกว่าได้รับการติดต่อให้ดูรถให้ เมื่อเดือนตุลาคม 2559 / ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการพูดคุยกับนายเจ๋งเพื่อแบ่งค่านายหน้าขายรถ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับค่านายหน้าดังกล่าว เพราะคิดว่าเป็นการช่วยเพื่อน ขณะที่ส่วนตัว ก็ไม่คิดว่าวงการซุปเปอร์คาร์เป็นแหล่งฟอกเงิน ของผู้กระทำความผิด เพราะที่ผ่านมามีคนขับรถแบบนี้เป็นจำนวนมาก นายไผ่ ระบุว่าหลังจากนี้ ตำรวจไม่ได้นัดมาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด


TAG ข่าว : ไผ่ วันพอยซ์ ไซซะนะ แลมโบกินี

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง