ลุ้นเยี่ยวเหนียว บอลโลกวันที่สอง กว่าจะยิงกันได้

0
35
อุรุกวัย อียิปต์
อุรุกวัย Vs อียิปต์

ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียได้ดำเนินมาถึงวันที่สอง หลังจากวันแรกเจ้าภาพรัสเซียเตะเปิดรายการเอาชนะซาอุดิอาระเบียถล่มยับ 5-0 เก็บสามแต้มแรก กุมความได้เปรียบขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอไปก่อน วันที่สองจะเป็นอีกนัดของกลุ่มเอระหว่างทีมที่ใครหลายคนให้เป็นเต็งหนึ่งแชมป์กลุ่มอย่างจอมโหด อุรุกวัย พบกับอียิปต์ ที่ต้องรอเช็คความฟิตของนักเตะตัวความหวังอย่างโม ซาลาห์

แน่นอนว่าเริ่มเกมมาเป็นทางจอมโหดที่ครองบอลบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องหวังจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ เพราะสำหรับพวกเขาการเสมอได้แค่แต้มเดียวไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาต้องการ ทางด้านอียิปต์เลือกที่จะเก็บโมซาล่าห์เอาไว้เป็นตัวสำรองข้างสนามก่อนมาด้วยแทคติกเน้นเกมรับที่มีระเบียบวินัยมาก ทางโจอมโหดด้วยชื่อชั้นที่เหนือกว่า แถมยังมีนักเตะระดับซุปเปอร์ศตาร์ในทีมอีกหลายคนก็สร้างโอกาสเข้าไปลุ้นได้เสียวตลอดเวลา แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับ หลุยส์ ซัวเรส ที่ใช้โอกาสเปลืองมาก ทั้งหลุดเข้าไปยิง หลุดเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู แต่ความเฉียบขาดของเขาหายไปไหนหมดไม่สามารถปิดสกอร์ได้

ทางด้านคู่กองหน้าอย่าง เอดินสัน คาวานี่ ก็พยายามสร้างโอกาสให้กับทีม และลองลุ้นยิงเองบ้างบางครั้ง ถือว่าทำได้ดีในระดับมาตรฐานของเขาแต่คนที่ดีกว่าเป็นนายทวารของอียิปต์ โมฮัมเหม็ด เอลชานาวี่ ที่ไม่รู้ไปกินข้าวเหนียวที่ไหนแล้วลืมล้างมือมา โชว์ฟอร์มเหนียวเซฟช่วยทีมได้หลายจังหวะมาก ความกดดันตกไปเป็นของอุรุกวัยที่ชื่อชั้นเหนือกว่าแต่ทำยังไงก็ไม่ได้ไประตูสักที จนในช่วงท้ายเกมนาทีสุดท้ายก่อนทดเวลาจอมโหดได้ลูกเตะมุมจากฝั่งขวา และเป็น โฆเซ่ จิมมิเนส ปราการหลังของพวกเขาขึ้นโหม่งบอลสวนทางเสียบมุมสามเหลี่ยมบนเป็นประตูให้อุรุกวัยเฉือนเอาชนะอียิปต์ไปได้ 1-0 ส่วนทางโมซาล่าห์นัดนี้ไม่ได้ถูกส่งลงสนามคาดว่าทางอียิปต์น่าจะไม่ต้องการเสี่ยงเอาลงเก็บไว้ใช้ในนัดที่ต้องเจอเจ้าภาพรัสเซียแทน

ส่วนอีกคู่หนึ่งเป็นคู่ในกลุ่มบีระหว่างโมร็อกโกพบกับทีมอันดับหนึ่งจากโควต้าเอเชียอีหร่าน รูปเกมจะคล้ายๆ กับคู่ก่อนหน้านี้เลยเป็นทางโมร็อกโกที่พยายามเล่นเกมเร็วบุกเข้าใส่อิหร่านตั้งแต่เริ่มเขี่ยบอล เปอร์เซ็นการครองบอลแทบจะเกิน 70% เลยสำหรับในช่วงต้นครึ่งแรก แต่ถึงจะครองบอลบุกใส่ทั้งเกม แต่ไม่ค่อยมีจังหวะหวาดเสียวให้ได้ลุ้นประตูเลย ถ้าไม่ยิงไกล ก็จะเป็นโยนบอมเข้าไปหน้าประตูอิหร่าน แต่กองหน้าของโมร็อกโกก็ไม่สามารถเก็บบอลทำอะไรได้ จนในช่วงท้ายเกม(อีกแล้ว) อีหร่านมีจังหวะสวนกลับขึ้นมาแล้วได้ลูกฟรีคิกจากทางด้านซ้าย ก่อนที่จะเปิดเข้ามาแล้วเป็นกองหลังของโมร็อกโก อาซิซ บูฮาดดูซ ที่โหม่งสกัดเข้าประตูตัวเองไปก่อนจบเกม ทำให้อีหร่านพลิกเอาชนะเก็บสามแต้มได้ครั้งแรกของพวกเขาบนเวทีฟุตบอลโลก

Facebook Comments